ตลาดไม้ลามิเนตอนาคตใส ผู้ประกอบการเตรียมปรับตัวสู้
|
ภาย ใต้ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจแผนการดำเนินธุรกิจ คงจะเป็นตัวชี้วัดได้ดีถึงความสำเร็จของยอดขาย เช่นตลาดไม้ลามิเนต ซึ่งเป็นวัสดุทดแทนไม้ชนิดหนึ่ง ที่ วนชัย กรุ๊ป มองว่ามีนอนาคตที่สดใส แม้จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจก็ตาม โดยยอดขายไม้ลามิเนตของบริษัท วนชัย กรุ๊ป ที่ นายสิทธิวัฒน์ สหวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัทดังกล่าว ได้ออกมาเปิดเผยถึงการปรับตัวเลขเป้ายอดขายในปี 2552 จากที่เคยตั้งเป้าไว้ 1,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1,400 ล้านบาท ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าว ส่งผลต่อการครองส่วนแบ่งทางการตลาดของวนชัย กรุ๊ป ที่ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในตลาด โดยครองอยู่ประมาณ 40 % ของตลาดรวม หรือคิดเป็น 2.5-3 ล้านตารางเมตร |
ปี 2553 วนชัย กรุ๊ป ตั้งเป้าที่จะกวาดส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็น 50 % แม้จะยังไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจและการเมือง ทำให้เป็นห่วงในเรื่องการขยายตัวของตลาด แต่ก็ได้มีการวางแผนไว้รองรับแล้ว ด้วยการเพิ่มยอดการส่งออกให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่ วนชัย กรุ๊ป ส่งไม้ลามิเนตออกไปขายต่างประเทศ 60 % ขายในประเทศ 40 % ในลักษณะของการรับจ้างผลิต และจำหน่ายภายใต้แบรนด์ “วนธัวร์”30 %
ในขณะที่ นาย สมานชัย อธิพันธุ์อำไพ กรรมการผู้จัดการ บริษ ลีโอวูด อินเตอร์เทรด จำกัด ออกมายอมรับว่าในปี 2552 ที่ผ่านมา ตลาดพื้นไม้ลามิเนต อันเป็นผลมาจากวิกฤติเศรษฐกิจและการเมือง แต่บริษัทยังโชคดีที่มีคำสั่งซื้อเข้ามาจากโครงการที่กำลังอยู่ระหว่างการ ก่อสร้าง เลยทำให้ยอดขายทรงตัว อย่างไรก็ตาม ทาลีโอวูดฯได้มีการปรับตัวโดยหันไปเน้นทำตลาดค้าปลีกมากขึ้น โดยร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายจัดแคมเปญโปรโมชั่น พร้อมกับลดการนำเข้าไม้ลามิเนตจากต่างประเทศ และหันไปขายไม้จริง ทำให้สัดส่วนของยอดขายไม้ลามิเนตอยู่ที่ 65 % ไม้จริง 35 % จากยอดขายรวมที่ทำได้เท่ากับปี 2551 คือ 650 ล้านบาท
ด้านบริษัท คอนวูด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุทดแทนไม้ “คอนวูด” ในเครือปูนซีเมนต์นครหลวง หันรุกตลาด กรีนโปรดักส์ เพื่อสร้างความแตกต่างให้เหนือคู่แข่ง ด้วยการนำเข้าเทคโนโลยีจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยมองว่าเป็นตลาดที่มีอนาคตสดใส พร้อมกับมีการจัดทำเว็ปไซต์ ผลิตภัณฑ์คอนวูด เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางจำหน่าย










